โดนยุบชั้นม.ต้น! นักเรียนปล่อยโฮ ผู้ปกครองเดือดพาลูกบุกถามสภาเทศบาลฯ


เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลเขางู ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี มีเด็กนักเรียนและผู้ปกครองกว่า 100 คน มายืนถือป้ายขอความเมตตา เรื่องขอขยายชั้นเรียนจากป.6 ถึงระดับมัธยมต้น
ผู้ปกครองคนหนึ่ง กล่าวว่า สาเหตุที่รวมตัวกันมาถือป้ายประท้วงครั้งนี้ เนื่องจากโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลเขางู โดยผู้อำนวยการได้ทำหนังสือไปยังอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่องขอขยายชั้นเรียนจากชั้น ป.6 ขึ้นมาเป็น ม.1 เนื่องจากเป็นความต้องการของผู้ปกครองที่ไม่ต้องการส่งบุตรหลานไปเรียนในตัวเมือง เพราะเป็นการเพิ่มภาระเรื่องของค่าใช้จ่าย รวมถึงเป็นห่วงความปลอดภัยของบุตรหลานด้วย จึงต้องการให้มีการขยายชั้นเรียนเพิ่ม และทางโรงเรียนก็ได้ทำการเปิดรับนักเรียนเข้าเรียนชั้นม.1 มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2559

“โดยคิดว่าเมื่อแจ้งไปทางอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้ว ก็ไม่ต้องนำเรื่องเข้าสภาเทศบาลฯ แต่ต่อมาปรากฎว่าถูกทักท้วงจากสภาเทศบาลฯว่าเรื่องยังไม่ได้ผ่านสภา ผู้อำนวยการจึงทำหนังสือแจ้งมายังสภาเทศบาลฯเพื่อให้มีการพิจารณา แต่สมาชิกสภาไม่ยินยอมให้ผ่านโดยอ้างว่า เป็นการเปิดขยายชั้นเรียนไปก่อนที่จะผ่านสภา จึงเกรงว่าถ้ามีการอนุมัติย้อนหลังอาจจะมีความผิด
ซึ่งมีการประชุมสภาถึง 2 ครั้งแต่สมาชิกก็ยังไม่ให้ผ่าน ทำให้โรงเรียนไม่สามารถทำการสอนเด็กนักเรียนชั้นม.1 ที่เพิ่งรับเข้ามา และชั้นม.2 ได้ ต้องส่งเด็กไปฝากเรียนในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่อยู่ในตัวเมืองราชบุรีซึ่งมีระยะทางที่ไกลขึ้น ตั้งแต่เปิดเทอมมาเด็กเพิ่งจะไปเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่เพียง 3 วัน ส่วนวันที่เหลือเด็กต้องวิ่งเล่นที่โรงเรียนเดิมเพราะเด็กไม่อยากไปเรียนที่ใหม่ ทำให้เด็กเสียโอกาสเพราะผู้ใหญ่ วันนี้ทราบว่ามีการประชุมสภาเรื่องนี้ที่เทศบาล จึงได้มาร้องเรียนกัน”
ด้านนายรณภพ เวียงสิมมา นายอำเภอเมืองราชบุรี กล่าวว่าโรงเรียนเปิดขยายชั้นเรียนไปก่อนที่จะผ่านสภา ทำให้ไม่สามารถอนุญาตย้อนหลังได้ แต่ทราบว่าเด็ก ม.1 และ ม.2 นั้นมีที่เรียนหมดแล้ว แต่จะไปเรียนหรือไม่ทางโรงเรียนต้องไปทำความเข้าใจกับเด็ก และทราบว่าทางสภาอาจจะให้ผ่านในปีการศึกษา 2561 แล้วถึงเปิดขยายชั้นเรียนในระดับมัธยมต้นได้ แต่ทั้งนี้ก็คงจะต้องให้ทางสภาได้หารือกันอีกครั้ง
ขณะที่นายอภิวาท กลกิจ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่า การขออนุญาตขยายชั้นเรียนนั้นใช้กับระดับมัธยมปลาย ส่วนของมัธยมต้นไม่ต้องผ่านสภา แต่เมื่อมีการทักท้วงว่าต้องผ่านสภาจึงได้ทำหนังสือแจ้ง แต่สภาก็ไม่ยอมให้ผ่านถึง 2 ครั้งและครั้งล่าสุดซึ่งจะเป็นปีการศึกษา 2561 สมาชิกสภาก็ยังไม่ยินยอมให้ผ่าน ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ทั้งที่ตนมีหนังสือที่แจ้งไปยังกรมฯแล้ว แต่สมาชิกก็ยังไม่ให้ผ่าน ไม่เห็นแก่อนาคตลูกหลานเลย ตนจึงทำให้ได้แต่เพียงช่วยให้เด็กๆมีที่เรียนใหม่และเหมาะสมเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมสภาวันนี้ ใช้เวลานานเกือบ 5 ชั่วโมง โดยมีผลสรุปออกมาคือสมาชิกสภายังไม่ยอมให้ผ่าน เด็กนักเรียนและผู้ปกครองจึงได้เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี โดยมี น.ส.ประภารัตน์ นาคผจญ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.ราชบุรี ลงมารับฟังเรื่องราวและนัดให้พบกับผู้ว่าราชการจังหวัดในวันจันทร์นี้ ทำให้เด็กนักเรียนและผู้ปกครองพอใจและพากันเดินทางกลับ
ที่มา  ข่าวสด

โรงพักไอเดียเก๋! ทาห้องขังสีชมพู ไม่อยากให้เศร้าหดหู่ จ่อทาสีม่วง สำหรับผู้ต้องขังเพศที่ 3

โรงพักไอเดียเก๋! ทาห้องขังสีชมพู ไม่อยากให้เศร้าหดหู่ จ่อทาสีม่วง สำหรับผู้ต้องขังเพศที่ 3

วันที่ 29 พ.ค. พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ นำชมห้องควบคุมผู้ต้องขังภายใน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทาสีห้องควบคุมผู้ต้องขังหญิงใหม่ให้เป็นสีชมพูอ่อนทั้งลูกกรงเหล็ก และฝาผนัง โดยพ.ต.อ.ดิษยเดช กล่าวว่า เป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องความสะอาดของโรงพักในทุกพื้นที่ ไม่ต้องการให้ผู้ต้องขังทุกรายที่เข้าไปเกิดความหดหู่ หรือทุกข์โศกเสียใจ เป็นการป้องกันปัญหาการคิดสั้น หรือฆ่าตัวตายภายในห้องขังอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งน่าจะเป็นห้องควบคุมผู้ต้องขังแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นสีชมพูแบบนี้ นอกจากนี้ ยังเตรียมสร้างห้องควบคุมผู้ต้องขังเพศที่สามทาด้วยสีม่วงแยกต่างหากอีกด้วย

“เป็นที่ทราบกันดีว่า สีม่วงเป็นสัญลักษณ์ของเพศที่สาม ซึ่งบางคนมีรูปร่างหน้าตาสวยงามไม่แพ้ผู้หญิง หากนำไปขังรวมกับผู้ชายก็อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ หรืออาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาล่วงละเมิดทางเพศได้ จึงเตรียมที่จะสร้างห้องขังสีม่วงเพิ่มไว้ต่างหากอีก 1 ห้อง ขณะที่ห้องควบคุมผู้ต้องขังชาย ก็จะเน้นดูแลเรื่องของความสะอาดเป็นหลักเช่นเดียวกัน” พ.ต.อ.ดิษยเดช กล่าว
ผกก.เมืองอุตรดิตถ์ กล่าวด้วยว่า การทาสีห้องควบคุมผู้ต้องขังใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความสะอาดโรงพักทั้งภายนอกและภายใน เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาติดต่อได้รับความสะดวกสบายและผ่อนคลายมากที่สุด อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่อยากจะขอความร่วมมือจากประชาชนก็คือการเคารพกฎหมาย ไม่สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายในสังคม เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้ามาอยู่ในห้องขัง ไม่ว่าจะเป็นสีอะไรก็ตาม
ที่มา ข่าวสด

เมื่อน้องชายของฉันกำลังจะบวช





เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกพันทิป 9Nottie ตั้งกระทู้เผยภาพชายคนหนึ่ง ที่เตรียมตัวจะเข้าพิธีอุปสมบท แต่ก่อนบวชยังถ่าย พรีอุปสมบท คล้ายกับการถ่ายภาพ พรีเวดดิ้ง ของคู่บ่าวสาวก่อนแต่งงาน โดยเจ้าของกระทู้ระบุว่า น้องชายของตนกำลังจะบวช จึงเกิดไอเดียถ่ายคอนเซ็ปต์ “พรีอุปสมบท” ทั้งนี้เป็นภาพชายในชุดนาค อยู่ในสถานที่สาธารณะต่างๆ


ทั้งนี้ มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย หลายคนมองว่าเป็นไอเดียที่แหวกแนว หลายคนมองว่าไม่เหมาะสม เพราะนาคควรตั้งใจศึกษาพระธรรมก่อนบวชมากกว่า





สหรัฐจับแม่เล้าไทยที่ชิคาโก ลวงสาวไทยนับร้อยขังทารุณในซ่องนรก แฉรายได้กว่า 100 ล้าน

สหรัฐจับแม่เล้าไทยที่ชิคาโก ลวงสาวไทยนับร้อยขังทารุณในซ่องนรก แฉรายได้กว่า 100 ล้าน ชวนไปทำสปา-ขังในห้องมืด บังคับโหดทารุณเหยื่อสาวซ้ำ หักเงินหัวคิว-ส่งขายทั่วมะกัน


สหรัฐทลายแก๊งค้ากามข้ามชาติล็อกแม่เล้าชาวไทยลวงสาวนับร้อยค้ากามทั่วสหรัฐ จับกุมผู้ต้องหาชาวไทย-สหรัฐร่วมขบวนการอีกเพียบ แฉพฤติกรรมแสบลวงหญิงสาวไปทำงานมีรายได้ดี โดยให้ศัลยกรรม-เสริมหน้าอก แต่เมื่อมาถึงกลับโดนบังคับ ค้ากาม ใช้หนี้ค่าพามาทำงานนับล้านบาท ถ้า ไม่ทำตาม-บริการลูกค้าไม่ดีจะโดนทารุณ


เมื่อวันที่ 26 พ.ค. เว็บไซต์ข่าวชิคาโกซันไทมส์ รายงานการจับกุมแก๊งค้ามนุษย์ชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ในจำนวนนี้มี น.ส.วิไลวรรณ พิมคาลี สาวชาวไทย เป็นผู้เปิดสถานบริการในเมืองชิคาโก และทำหน้าที่เป็น “มาม่าซัง” รวมอยู่ด้วย โดยถูกเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจับกุมดำเนินคดีร่วมกับบุคคลอื่น ในข้อหาค้ามนุษย์หลอกลวงนำสาวไทยนับร้อยคนมาขายบริการในหัวเมืองใหญ่ เช่น ลอสแองเจลิส ลาสเวกัส ฟีนิกซ์ มินเนอาโปลิส วอชิงตัน ฮูสตัน ดัลลัส และชิคาโก เป็นต้น
สำหรับการตั้งข้อหาบุคคลที่เกี่ยวข้อง 21 รายทั่วสหรัฐ มีขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ในจำนวนนี้ 6 คน อยู่ในเมืองชิคาโก และเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าประเวณี เจ้าหน้าที่สำนักงานอำเภอคุก ร่วมกับคณะสอบสวนของหน่วยงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ บุกปิดสถานบริการของคนไทย และจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 6 ราย ที่ถูกตั้งข้อหา ได้แก่ นายแมตธิว มินตซ์ อายุ 25 ปี น.ส.วิไลวรรณ พิมคาลี อายุ 38 ปี น.ส.กันยรัตน์ ชัยวิรัติ อายุ 50 ปี และนายเธาว์ชรินทร์ รัตนมงคลกุล อายุ 34 ปี ทั้งหมดอยู่ในชิคาโก ส่วนนายโมฮิต แทนดอน อายุ 37 ปี อยู่เขตเบอร์ริดจ์ และนายริชาร์ด อเล็กซานเดอร์ อายุ 52 ปี อยู่เขตเดคาลบ์
สำหรับน.ส.วิไลวรรณทำหน้าที่เป็น มาม่าซัง และเป็นผู้เช่าอพาร์ตเมนต์ให้เหยื่อค้าบริการอาศัยอยู่ โดยไปรับหญิงเหล่านี้ที่สนามบิน เจ้าหน้าที่เชื่อว่า น.ส.วิไลวรรณแต่งงานหลอกๆ กับนายอเล็กซานเดอร์ ผู้เคยเป็นลูกค้าซื้อบริการ เพื่อที่จะได้กรีนการ์ดและทำงานอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐ ส่วน นายอเล็กซานเดอร์ นายแทนดอน และ นายมินตซ์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกหรือผู้ให้เช่าอพาร์ตเมนต์
สำนวนการสั่งฟ้องระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดหลอกลวงเหยื่อด้วยการชักชวนมาทำงานที่สหรัฐ อ้างมีรายได้ดี หากใครหลงเชื่อจะถูกชักจูงให้ไปทำศัลยกรรมและเพิ่มขนาดหน้าอก แต่เมื่อไปถึงสหรัฐแล้ว กลับถูกคิดค่านายหน้าและเช่าห้องโหด เช่น ต้องทำงานใช้หนี้ค่าหัวคิวและค่าเดินทาง 40,000-60,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.4-2.1 ล้านบาท รวมทั้งถูกบังคับให้ขายบริการทางออนไลน์ สาวคนไหนให้บริการไม่ดีหรือมีคำวิจารณ์ด้านลบจากลูกค้าจะถูกตบตี ราคาขายบริการแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ หรือราว 7,000 บาท โดยแม่เล้าจะเก็บค่าหัวคิวร้อยละ 40
จากการสอบสวนวงจรค้ากามดังกล่าวตั้งแต่ปี 2552 พบมีเงินหลายล้านดอลลาร์โอนเข้ามายังบัญชีธนาคารในประเทศไทย เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐสังเกตได้ บุคคลในวงจรค้ากามเหล่านี้ใช้ระบบธนาคารที่ไม่เป็นทางการและลอบเปิดขายบริการผ่านทางโฆษณาที่ขึ้นอยู่ในเว็บไซต์ยอดนิยม โดยให้ลูกค้าให้คะแนน ถ้าสาวคนใดได้คะแนนต่ำหรือถูกร้องเรียนจะถูกทำร้าย
ขณะที่สำนักข่าวเอพีระบุว่า การตั้งข้อหาครั้งล่าสุดเป็นการขยายผลจากเดือนต.ค.ปี 2559 หลังจากตำรวจสหรัฐจับกุมผู้ต้องสงสัย 17 คน ที่ล่อลวงหญิงสาวจากไทยมาขายบริการทางเพศ ส่งผลให้จำนวนผู้ต้องสงสัยเพิ่มเป็น 38 คน และถือเป็นการดำเนินคดีแก๊งค้าประเวณีที่ใหญ่สุดในประเทศ ตรวจสอบพบเส้นทางการเงินของแก๊งค้าประเวณีมีการส่งกลับมาไทย ด้วยการซุกซ่อนเงินสดไว้ในเสื้อผ้า ตุ๊กตาและของใช้
ด้านน.ส.ปนิดา รซอนกา อัยการประจำศูนย์ความร่วมมือไทย คอมมูนิตี เดเวลอป เมนต์ เซ็นเตอร์ ในนครลอสแองเจลิส เปิดเผยเรื่องราวของเหยื่อคนหนึ่งว่า ตอนแรกเหยื่อคิดว่าจะได้ทำงานเป็นพนักงานร้านสปาที่สหรัฐ แต่พอมาถูกนายหน้าริบหนังสือเดินทางและบอกมีหนี้ราว 1.2 ล้านบาทที่ต้องจ่าย จากนั้นถูกบังคับค้าบริการ
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่า เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ติดต่อประสานงานกับอัยการสูงสุดรัฐมินเนโซตา เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเรื่องนี้ เบื้องต้นทราบเป็นการขยายผลสอบสวนขบวนการค้าหญิงไทยที่มีผู้ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ 17 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 7 คน
ที่มา khaosod.co.th


จากอดีตสู่ปัจจุบัน เปิดใจหนุ่มขอนแก่น อดีตพ่อค้าขายรองเท้า เก็บเงิน 3 แสน ทำศัลยกรรมใบหน้ากว่า 29 ครั้ง พลิกชีวิตทำตามฝัน เข้าสู่วงการแดนเซอร์


จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการพูดถึงและส่งต่อเรื่องราวของหนุ่มชาวขอนแก่น ที่โพสต์รูปภาพใบหน้าของตัวเองทั้งก่อนทำศัลยกรรมและหลังทำศัลยกรรมเสร็จสิ้นแล้วกว่า 29 ครั้ง พร้อมข้อความระบุว่า “เชื่อไหมว่าเป็นคนเดียวกัน ฉีดหน้าผาก 1 ครั้ง ทำตา 1 ครั้ง ทำจมูก 8 ครั้ง ฉีดดอลลี่อาย 2 ครั้ง สักคิ้ว3มิติ 3 ครั้ง ตัดปีกจมูก 3 ครั้ง ตัดปากกระจับ 1 ครั้ง ทำฟันวีเนียร์ 1 ครั้ง ร้อยไหมยกใบหน้า 1 ครั้ง ฉีดคาง 4 ครั้ง แล้วแก้มาใส่เพสคาง 1 ครั้ง ทำลักยิ้ม 1 ครั้ง ตัดเลาะกระดูกกราม 1ครั้ง ดึงสลิ้งใต้ปีกจมูกเพื่อยกปลายจมูก 1 ครั้ง” จนกลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก


ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายรัชฎา หงษ์ประสิทธิ์ หรือ มินโฮ อายุ 23 ปี เจ้าของเรื่องราวดังกล่าวได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า ตัดสินใจทำศัลยกรรมใบหน้าเพราะที่ผ่านมาไม่เคยประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งเรื่องความรักและหน้าที่การงาน ในอดีตเคยไปสมัครโรงละครคาบาเร่ต์โชว์ ที่พัทยาถึง 7 ครั้ง แต่ถูกปฏิเสธทุกครั้งด้วยเหตุผลหลายอย่าง ก่อนจะหันมาหางานทำด้วยการเป็นพ่อค้าขายรองเท้าให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมเงินเพื่อไปศัลยกรรม ปัจจุบันทำศัลยกรรมไปเกือบ 30 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปีครี่ง รวมทั้งสิ้นกว่า 3 แสนบาท พร้อมฝากถึงผู้ที่อยากทำศัลยกรรมควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ที่เป็นมืออาชีพก่อนตัดสินใจทำ
“แม้ในช่วงทำศัลยกรรมจะเคยพบกับอุปสรรคมามาก ทั้งไม่ได้สติ สลบคาเข็มฉีดยา ใบหน้ามีปัญหา แต่หลังจากที่ศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ากลายเป็นคนละคนไปแล้วทำให้มีโอกาสมากมายเข้ามาในชีวิต สามารถผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายในเวที One Man และได้รางวัลป๊อปปูล่าโหวต ปัจจุบันเป็นแดนเซอร์ในคาบาเร่ต์แห่งหนึ่งที่พัทยาได้สำเร็จ ทำให้รู้ว่าเราสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กล้าทำอะไรหลายๆอย่างที่เมื่อก่อนไม่ได้รับโอกาสได้ทำ แม้ในอดีตที่ผ่านมาจะเคยโดนดูถูกเหยียดหยามมามากมายก็ตามแต่ไม่เคยโกรธใคร และไม่อายที่จะเผยแพร่เรื่องศัลยกรรมให้คนอื่นได้รู้ อยากให้สังคมไทยเปิดกว้างในเรื่องของศัลยกรรมมากขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเสพติด แต่เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง” อดีตพ่อค้าขายรองเท้า กล่าว..
ขอบคุณภาพจาก รัชฎา หงษ์ประสิทธิ
ที่มา : dailynews.co.th



ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส! “น้องแป้ง” อดีตพยาบาลทำโซเซียลฯกระหึ่ม เผยชีวิตหลังลาออกโมเดลลิ่งรุมจีบ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจรับทันที เปรยมี 99 คนซ้ำเติม แต่ควรแคร์ 1 คนที่ให้กำลังใจ


โลกโซเชียลฯ ถือเป็นดาบสองคม เช่นกรณีพยาบาลสาว ออกมาเปิดใจชี้แจงดราม่า กระแสวิจารณ์แต่งเครื่องแบบเซ็กซี่เกินเหตุ เธอจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกจากรพ.เอกชนแห่งหนึ่งในภาคอีสาน รับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อลดผลกระทบที่จะตามมา พร้อมกับขอโทษสภาการพยาบาล ยินดีปรับปรุงตัว และไม่อยากให้ตัดสินภาพลักษณ์พยาบาลจากคนๆ เดียว


ล่าสุดวันที่ 26 พ.ค. “น.ส.ปาริฉัตร ฉัตรศรี” หรือ “แป้ง” อายุ 26 ปี พยาบาลสาวคนดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ผ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า มีโมเดลิ่งติดต่อเข้ามา 2 ราย เพื่อให้ไปแคสงานโฆษณา และถ่ายแบบ ซึ่งตนยังไม่ตอบตกลงทันที แต่ได้พูดคุยกันเบื้องต้นว่าจะลองไปแคส และสอบถามรายละเอียดก่อนว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ หลังปรากฏข่าวว่าเธอได้ยื่นใบลาออก อดีตพยาบาลสาวรายนี้ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ถ้ามี 99 คนที่ซ้ำเติมเรา กับมี 1 คนที่ให้กำลังใจ เราควรแคร์แค่คน 1 คนที่ให้กำลังใจ ร้องไห้ตาบวม”
ขอบคุณภาพ : @Pang C-Yanin
ที่มา dailynews.co.th


ผบ.ตร.ยันวิศวกรมือบึ้มรพ.ภาพCCTVชัดพบโยงระเบิดป่วนปี50

  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานและการสอบสวนมั่นใจ ว่า นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี คือผู้ก่อ...